รีวิวซีรีย์ฝรั่ง Forrest Gump ผู้ชายที่ทำอะไรช้า ๆ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาโง่

สมัยก่อนการดูหนังออนไลน์สักเรื่องเราต้องมานั่งหาเว็บไซต์ บน Google เพื่อดูหนังกัน ซึ่งแตกต่างจากยุคนี้ที่สามารถดูหนังออนไลน์สักเรื่องได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นหนังฝรั่ง หนังเกาหลี หรือหนังไทยเอง คลิกเข้าแอปพลิเคชันก็ได้ดูแล้ว คุณอาจจะไม่เข้าใจว่าเรามานั่งย้อนทามไลน์การดูหนังออนไลน์ไปทำไม นั่นก็เพราะว่าวันนี้เราชวนทุกคนไปดูหนังฝรั่ง เรื่องหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว กับเรื่อง Forrest Gump

Forrest Gump หนังออนไลน์ที่ถูกเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 1994 เป็นหนังฝรั่งของ Robert Zemeckis เป็นหนังเสียดสีที่ได้รับรางวัลออสการ์ 6 รางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 64 รวมถึงเป็นหนังฝรั่งที่มีภาพดีที่สุดในขณะนั้น

เราเลือกดูหนังฝรั่งอย่าง Forrest Gump เพราะเป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติกคอมเมดี้และดราม่า ที่กำกับโดย Robert Zemeckis และเขียนบทโดย Eric Roth สร้างขึ้นจากนวนิยายปี 1986 ที่มีชื่อเดียวกันว่าWinston Groom และนำแสดงโดย Tom Hanks, Robin Wright, Gary Sinise, Mykelti Williamson และ Sally Field เรื่องราวของหนังแสดงให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตของ Forrest Gump (Hanks) ชายผู้เชื่องช้า แต่ใจดีจาก Alabama ซึ่งเป็นพยานและมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หลายอย่างในศตวรรษที่ 20 ของสหรัฐอเมริกา

การถ่ายภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้หลัก ๆ เกิดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคมถึงธันวาคม 2536 ซึ่งนามากกกกกก เกือบ 30 ปีมาแล้ว แต่ก็ยังมีคนกลับไปดูหนังเรื่องนี้อยู่ การถ่ายทำส่วนใหญ่จะอยู่ในจอร์เจีย, นอร์ทแคโรไลนาและเซาท์แคโรไลนา ทั้งนี้เอฟเฟกต์ภาพที่กว้างขวางถูกนำมาใช้เพื่อรวมแฮงค์ไว้ในฟุตเทจที่เก็บถาวรเพื่อพัฒนาฉากอื่น ๆ ซาวด์แทร็กมีเพลงที่สะท้อนถึงช่วงเวลาต่างๆ ของหนังเรื่องนี้

ใครบอกว่า Forrest Gump โง่กัน เขาไม่ได้โง่ แม้ว่าไอคิวของเขาจะอยู่ที่ 75 แต่เขาก็มองเห็นโลกได้ชัดเจนกว่าคนส่วนใหญ่ เขาสามารถมองภาพได้กว้างกว่าคนอื่น ๆ ด้วยสายตาที่ดี แต่เขาแค่มองเห็นสิ่งต่าง ๆ เยอะจนสับสนไปบ้างแค่นั้น Tom Hanks ที่แสดงเป็น Forrest Gump เขาคือคนโง่ที่ฉลาด เขาสามารถถ่ายทอดออกมาให้คนดูแล้วชอบ จนได้รับรางวัลระดับออสการ์มาครอง

พล็อตเรื่องของเรื่องนี้ในตอนแรกเริ่มจะเริ่มต้นแต่ละปี ๆ ว่าForrest Gump ใช้ชีวิตอย่างไรบ้างเริ่มต้นที่ ปี 1981 ป้ายรถประจำทางในเมืองซาวานนาห์รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ชายคนหนึ่งชื่อ Forrest Gump เล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้คนแปลกหน้าที่นั่งข้างเขาบนม้านั่งฟัง

ต่อมาที่ปี 1951 ในเมืองกรีนโบว์ รัฐแอละแบมาหนุ่มฟอร์เรสต์ได้รับอุปกรณ์พยุงขาเพื่อแก้ไขกระดูกสันหลังที่โค้งงอและไม่สามารถเดินได้อย่างถูกต้อง เขาอาศัยอยู่ตามลำพังกับแม่ของเขาซึ่งเป็นผู้บริหารหอพักซึ่งดึงดูดผู้เช่าจำนวนมากรวมถึงเอลวิสเพรสลีย์ในวัยเยาว์ที่เล่นกีตาร์ให้กับฟอร์เรสต์และผสมผสานการเต้นของฟอร์เรสต์ให้เข้ากับการแสดงของเขา ในวันแรกของการเข้าเรียน Forrest ได้พบกับหญิงสาวชื่อ Jenny Curran และทั้งสองกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

ในเรื่องนี้แสดงให้เราเห็นว่า คนชอบบูลลี่คนที่อ่อนแอใช้ชีวิตกันเหมือนพวกคนมีปมในชีวิตจนหาที่ระบายไม่ได้ ซึ่งตัวของ Forrest Gump เองมักถูกรังแกเนื่องจากความพิการทางร่างกายและสติปัญญาต่ำของเขา ขณะที่หนีจากการรังแกหลายครั้งเหล็กค้ำยันขาของเขาก็หลุดออกเผยให้เห็นว่าฟอร์เรสต์เป็นนักวิ่งที่เร็วมาก ในที่สุดความสามารถนี้ทำให้เขาได้รับทุนการศึกษาฟุตบอลที่มหาวิทยาลัยอลาบามาในปี 1963

หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในปี 1967 ฟอร์เรสต์ก็สมัครเข้ากองทัพสหรัฐฯ ในระหว่างการฝึกขั้นพื้นฐานเขาได้ผูกมิตรกับเพื่อนทหารที่มีชื่อเล่นว่า ‘บับบา’ ซึ่งชักจูงให้ฟอร์เรสต์เข้าร่วมธุรกิจกับเขาหลังจากรับราชการ ในปี 1968 พวกเขาถูกส่งไปเวียดนามโดยให้บริการกับกองพลทหาร 9 หลังจากปฏิบัติการประจำมาหลายเดือนหมวดของพวกเขาถูกซุ่มโจมตีขณะลาดตระเวนและบับบาถูกสังหารในขณะปฏิบัติการ ส่วนตัวฟอร์เรสต์ช่วยเพื่อนของเขาที่ได้รับบาดเจ็บหลายคนรวมทั้งผู้หมวดแดนเทย์เลอร์ซึ่งสูญเสียขาทั้งสองข้างและได้รับเหรียญเกียรติยศจากความกล้าหาญจากประธานาธิบดีลินดอนบี. จอห์นสัน

หลังจากดูหนังฝรั่งเรื่องนี้จบ มันให้ความรู้สึกที่หลากหลายมาก ๆ ทั้งความรู้สึกดี เศร้า และสงสาร ทำให้เราเข้าใจว่าชีวิตคนเราจะต้องเยอะไปเพื่อไร ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีและทำมันให้ดีก็เพียงพอแล้วหรือเปล่า หลังดูหนังออนไลน์มาหลายเรื่องมันทำให้เรารู้ว่า ทำไมหนังพวกนี้ถึงสนุก เพราะมันสามารถหยิบเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นจริงมาเล่น มาเสียดสีให้เราเข้าใจมากขึ้นได้ ซื่งแตกต่างจากบ้านเราที่แม้แต่ประวัติศาสตร์ก็หยิบยกมาทำเป็นหนังหรือมาถ่ายทอดได้ยาก บ้านเราถึงมีแต่ละครที่บทมีแต่น้ำเน่ามากเกินไป

นอกจากนี้ในเรื่อง Forrest Gump ยังทำให้เราเข้าใจได้อีกว่าการตั้งความหวัง หรือตั้งจุดหมายสูง ๆ ดดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างมันไม่ได้ทำให้เราไปถึงจุดหมายนั้นได้เร็วและมีความสุขเลยสักนิด ทุกอย่างมีเวลาของมันเอง เมื่อไรที่เราทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ อย่าไปมองว่ามันไร้ค่า แต่ให้มองมันเป็นประสบการณ์ชีวิต เดินหน้าต่อไปและอย่าไปยึดติดกับมัน